shania กล่องเขียว มนุษย์ทุกเพศทุกวัย ตื่นเช้าขึ้นมาสิ่งแรกที่ต้องทำและต้องทำทุกวันเป็นกิจวัตร ก็คือ อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน สระผม เพื่อทำความสะอาด และชำระสิ่งสกปรกภายนอกร่างกาย แต่ที่สำคัญมากไม่แพ้กัน ก็คือ การทำความสะอาดภายใน ส่วนมากเรากลับมองข้ามไป ตั้งแต่เกิดมา จนถึงปัจจุบันเราเคยชำระล้างภายในบ้างหรือไม่ ในอดีดที่ผ่านมาอายุเรายังน้อยร่างกายยังแข็งแรง อวัยวะทุกส่วนทำงานได้ตามปกติ สามารถกำจัดและขับสารพิษได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้น สุขภาพร่างกายเสื่อมลง ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่ การกำจัดสารพิษทำงานได้น้อยลง ร่างกายเริ่มอ่อนแอ เช่น เริ่มปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย จนกระทั่งลุกลามใหญ่โตเป็นโรคร้ายเกินการควบคุม หยุดพักสักนิด ให้เวลากับชีวิต โดยการล้างสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย เช่น อาหาร อากาศ น้ำ สารเคมีต่าง ๆ ที่เป็นพิษ shania กล่องเขียว.

shania กล่องเขียว
shania กล่องเขียว ดีท็อกซ์มีประโยชน์และผลดีอย่างไร ชาเนีย กล่องเขียว

1. ช่วยทำความสะอาดลำไส้ และแบคทีเรียที่เป็นโทษต่อร่างกาย สารพิษต่างๆ จะถูกชะล้างออกไป ลดการสะสมของสารพิษ
เมื่อสารพิษเหล่านี้ถูกกำจัดออกไป ลำไส้จะสามารถทำงานได้ตามปกติ shania กล่องเขียว

2. เป็นการบริหารกล้ามเนื้อลำไส ้ ของเสียที่ตกค้างมีผลทำให้ลำไส้อ่อนแอลง และทำหน้าที่ได้ไม่เต็มที่ การล้างลำไส้จึงเป็นการช่วย
ส่งเสริมกล้ามเนื้อลำไส้ให้ทำงานได้มากขึ้น กล้ามเนื้อลำไส้ที่แข็งแรงและทำงานได้อย่างเป็นจังหวะ จะช่วยทำให้การผลักดันของของเสีย
เช่น กากอาหาร และอุจจาระออกจากลำไส้ได้เร็วขึ้น ไม่เกิดสารตกค้างจนกลายเป็นพิษ

3. ทำให้ลำไส้มีขนาดเป็นปกติ เมื่อลำไส้ทำงานอย่างผิดปกติ จะส่งผลให้โครงสร้างและขนาดลำไส้เปลี่ยนไป ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ
ตามมา การล้างลำไส้ ช่วยให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนตัว ช่วยลดอาการบวมหรือโป่งพองของลำไส้ อันเนื่องมาจากการที่มีของเสียอุดตันบริเวณนั้น
ทำให้ลำไส้มีรูปร่าง ปกติตามธรรมชาติ การรักษาด้วยวิธีอื่นๆ อาจทำให้ลำไส้กลับคืนสู่รูปทรงปกติได้เพียงระยะสั้นเท่านั้น

4. กระตุ้นจุดตอบสนองของระบบอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งอวัยวะทุกส่วนจะมีการทำงานเชื่อมต่อกับลำไส้โดยจุดตอบสนอง
การล้างลำไส้เป็นการช่วยกระตุ้นจุดที่ว่านี้ ซึ่งจะส่งผลดีต่อร่างกายโดยรวม เช่น ตับ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ไต ต่อมน้ำเหลือง และการหมุนเวียนของเลือด เป็นต้น

อาการผู้มีสารพิษสะสม ที่ควรทำดีท็อกซ์

สารพิษที่ตกค้างสะสมในร่างกาย มักจะเกิดอาการดังต่อไปนี้

– ปวดศีรษะบ่อย หงุดหงิด ปวดเมื่อยหลัง ไหล่ และคอ
– มีแผลร้อนใน ในปากเป็นประจำ และระบบเผาผลาญทำงานได้น้อย ทำให้ร่างกายอ้วน
– อ่อนเพลีย ง่วงนอน สมาธิไม่ดี ความจำเสื่อม
– ประสาทตึงเครียด ร่างกายไม่แข็งแรง
– หน้าตาหมองคล้ำ ผิวพรรณหยาบกร้าน
– ท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายยาก หรือถ่ายไม่ออก
– เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ และผายลมบ่อย
– ปวดท้อง ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นประจำ
– ปวดศีรษะ คลื่นเหียนอาเจียน เวียนศีรษะ และมีไข้ต่ำตลอดเวลา
– เหนื่อยง่าย ปากเหม็น ปากเปื่อย มีกลิ่นตัวแรง
– เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง มีผื่นคันขึ้นตามตัว เป็นแผล และเป็นฝีบ่อยๆ
– มีอาการหอบหืด ภูมิแพ้ เป็นลมพิษได้ง่าย
– ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อตามกระดูก ตลอดจนรูมาตอยด์
– มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ
– เป็นริดสีดวงทวาร ฯลฯ
ดีท็อกซ์ ดีอย่างไร

เนื่องจากของเสียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ มักถูกขับถ่ายออกได้ไม่หมด จึงตกค้างอยู่ในลำไส้ บางครั้งจะเกาะติดอยู่ตามผนังของลำไส้เป็นตะกรัน
สิ่งเหล่านี้จะเป็นผลร้ายต่อร่างกายจนทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ของโรค เช่น ท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายยาก ถ่ายไม่ออก ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอ ผายลมบ่อย ๆ
ปวดท้อง ท้องเสีย ถ่ายเหลวเป็นประจำ ปวดศีรษะ คลื่นเหียนอาเจียน เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย ปากเหม็น ปากเปื่อย มีกลิ่นตัวแรง เป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง
มีผื่นคันขึ้นตามตัว เป็นแผล เป็นฝีบ่อย ๆ มีอาการหอบหืด ภูมิแพ้ เป็นลมพิษได้ง่าย ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดตามข้อและกระดูก ตลอดจนรูมาตอยด์
โรคมะเร็งลำไส้ มะเร็งตับ ต่อมน้ำเหลือง ริดสีดวงทวารภายนอกหรือภายใน เป็นต้น ดังนั้นผู้ที่เป็นโรคหรือมีอาการดังกล่าวนี้ จึงควรได้รับการล้างลำไส้
เพื่อขจัดของเสียและสารพิษที่คั่งค้างออกจากร่างกาย ทั้งยังสามารถลดความเสี่ยงของโรคด้วย

การล้างลำไส้ ( Detox) จะช่วยทำความสะอาดและขจัดสิ่งสกปรกของเสีย กากอาหาร รวมทั้งสารพิษที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ให้หมดไป

สุขภาพที่ดีต้องดูแลที่ต้นเหตุ คือ ดูแลระบบลำไส้ และเพื่อที่จะเอาสารพิษและตะกรันออก มี หลายวิธี เช่น การสวนด้วยน้ำ
การสวนทวารด้วยกาแฟ สวนด้วยน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น และทานอาหารที่มีเส้นใยสูง ซึ่งในภาวะปกติ เราต้องการอาหาร
ที่มีเส้นใยอาหาร วันละประมาณ 25 กรัม/วัน shania กล่องเขียว คนเราต้องการเส้นใยอาหาร เพราะ มนุษย์เราเป็นสัตว์กินพืช
ดังที่กล่าวแล้ว โดยดูจากฟัน ซึ่งเหมือนฟันวัว ม้าและควาย ลักษณะเป็นแถวเรียงเพื่อการบดเคี้ยวให้ละเอียด
และมีลำไส้ที่ยาวกว่าสัตว์ที่กินเนื้อ เช่น เสือ สิงโต สุนัขที่จะมีเขี้ยวเพื่อไว้ฉีก มีลำไส้ที่สั้นและมีน้ำย่อยที่แรงกว่า
และมากกว่าในคนและสัตว์ที่กินพืชเป็นอาหารถึง 20 เท่า

ดังนั้น เมื่อคนเรากินเนื้อมากกว่าพืชผักผลไม้ ซึ่งย่อยยากกว่า ใช้เวลานานกว่าคือ 3 วัน (72 ชม.) ทำให้เกิดการหมักหมม
บูดเน่าและเป็นอาหารอย่างดีสำหรับแบคทีเรียเลว ทำให้เกิดแก๊สพิษ สารพิษและถูกดูดซึมไปตามกระแสเลือดทั่วร่างกาย
อีกทั้งที่ผนังลำไส้ก็เกิดการอักเสบ กลายเป็นเนื้องอก เนื้อร้ายและมะเร็งลำไส้ในที่สุด
ลำไส้ของคน มีความยาวเท่ากับ 6 เท่าของความสูงร่างกาย

การดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เริ่มง่าย ๆ ที่ลำไส้ โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่ ที่เรียกว่าเป็น “ถังขยะของร่างกาย”
สามารถเก็บขยะได้ชั่วคราว 2 วัน แต่บางคนเก็บนานกว่านั้น ลำไส้คนเรายาวเป็น 6 เท่าของความสูง
ปัญหาคือกินอาหารเข้าไปแล้ว ถ่ายออกมาหมดหรือเปล่า ? จะเห็นว่าลำไส้ใหญ่ของเรามีความโค้งงอ
ด้วยเหตุนี้หากเรามีนิสัยการกินที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม และอาหารที่ย่อยไม่หมด ทำให้เกิดการสะสมเน่าเสียในลำไส้

ถ้าอาหารที่บูดเน่า เก็บอยู่ในลำไส้เป็นเวลานานแบคทีเรียเลว จะได้รับอาหารและปล่อยสารพิษออกมามากมาย
เช่น ก๊าซแอมโมเนีย และซัลเฟอร์ออกไซด์ (ก่อสารพิษทำลายตับไต) ฮีสตามีน (ก่อสารพิษ เกิดโรคภูมิแพ้)
ก๊าซอินดอล,ฟินนอล, ไนโตรซาไมน์ (ก่อสารพิษ เกิดโรคมะเร็ง) สารพิษเหล่านี้ จะถูกดูดซึมผ่านเส้นเลือดฝอย
ที่ลำไส้เข้าสู่ร่างกาย ทำให้กระบวนการเผาผลาญของตับถูกรบกวน และนี่คือสารตกค้างทำให้เกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ มากมาย

จากรายงานการศึกษา เรื่องระบบลำไส้ในประเทศญี่ปุ่นพบว่า ร่างกายคนเราจะมีสารตกค้าง และของเสีย
อยู่ในลำไส้ประมาณ 2.7- 4.5 กิโลกรัม นี่ยังไม่นับรวมคนที่เป็นโรคท้องผูก ซึ่งมีสารตกค้างมากมาย
และน่ากลัวกว่าคนปกติ ดังนั้นคนที่เป็นโรคท้องผูก จะมีความเสี่ยงในการสะสมสารตกค้างและสารพิษในร่างกาย
ซึ่งเป็นอันตรายแล้ว ยังก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ มากมายกว่าคนทั่วไป

อาหารที่รับประทานเข้าไปแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

– อาหารที่มีเส้นใยมาก ได้แก่ ผัก ผลไม้ และธัญพืชต่างๆ
– อาหารที่มีเส้นใยน้อยหรือไม่มีเลย เช่น เนื้อสัตว์ ไขมัน แป้งขัดขาว ฯลฯ

การรับประทานอาหารที่ถูกต้องควรรับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง 80% และรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารน้อย 20% (ต่อวัน)
แต่ในกิจวัตรประจำวันทำได้น้อยมาก สำหรับอาหารที่มีเส้นใยอาหารน้อย เมื่อย่อยแล้วจะจับตัวกันจนเหนียว ทำให้เคลื่อนผ่านลำไส้ลำบาก
และเกาะติดอยู่ตามผนังลำไส้ ไม่ยอมเคลื่อนตัวเข้าสู่ระบบขับถ่ายตามปกติ ทำให้เกิดอาการท้องผูก ถ่ายลำบากและกากอาหารที่เกาะติดตาม
ผนังลำไส้เหล่านี้เป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียก่อให้เกิดการบูดเน่า เกิดสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และเป็นจุดเริ่มต้นของโรคต่าง ๆ
เช่น โรคทางเดินอาหาร ท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ ผายลมบ่อย อาหารไม่ย่อย ท้องเสีย ลำไส้ใหญ่อักเสบ จนถึงการมีกลิ่นปากเหม็น
กลิ่นลมหายใจเหม็น แผลในปาก ลมพิษ หอบหืด และโรคภูมิแพ้ ฯลฯ ด้วยเหตุนี้การล้างลำไส้จึงเป็นแนวทางในการล้างพิษออกจากร่างกาย
ต้นเหตุของโรค(หลายโรค) เกิดจาก… ภาวะท้องอืด ท้องเฟ้อ ในท้องมีลมและแก็สพิษ

สาเหตุที่เกิดลม แก็สในท้อง มาจาก …
– ทานผลไม้ หลังทานข้าวอิ่มใหม่ ๆ ทำให้ผลไม้ถูกหมักเป็นเหล้า เป็นอาหารของเชื้อโรค จึงเกิดลม แก็สพิษเต็มท้อง
– การเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด การเร่งรีบทาน ทำให้กระเพาะไม่สามารถย่อยอาหารได้ดี
– การทานน้ำมากในช่วงรับประทานอาหาร หรือทานน้ำมากหลังอิ่มข้าวทันที ทำให้การย่อยอาหารไม่ดี
การป้องกัน ไม่ให้เกิดภาวะท้องผูก ท้องอืด ท้องเฟ้อ

– ควรทานผลไม้ ผัก ก่อนทานข้าว ไขมันและโปรตีน เพื่อน้ำจากผลไม้ ผัก จะถูกดูดซึมไปใช้ประโยชน์ก่อน
(ถ้าทานผลไม้หลังข้าว ไขมัน และโปรตีน ผลไม้และผัก จะไม่ย่อย จะไม่ถูกดูดซึมไปได้ใช้ประโยชน์้ ในที่สุดก็จะกลายเป็นอาหารของเชื้อโรคแทน)

– ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด อาหารที่ละเีอียดจะถูกดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ทันที ส่วนที่เหลือก็จะกลายเป็นของเสีย เป็นอาหารของเชื้อโรค
(การเคี้ยวอาหารละเอียด ร่างกายจะหลั่งน้ำย่อยในปากมาช่วยย่อยอาหาร จึงทำให้อาหารถูกดูดซึมไปใช้งานได้ทันที ไปเลี้ยงเซลล์ ทำให้ร่างกายเกิดพลังชีวิตทันที)

– ไม่ควรทานน้ำในช่วงทานอาหาร หรือหลังข้าวอิ่มใหม่ ๆ เพราะจะทำให้ไฟย่อยอาหารไม่ดี
(ควรทานน้ำ หลังทานข้าวอิ่มไปแล้ว 1-2 ชม.)
ประโยชน์การทานอาหารที่มีกาก หรือเส้นใย

การทาน ผลไม้ ผัก ที่มีกากหรือเส้นใย( Fiber) มาก จะช่วยไม่ให้เกิดภาวะท้องผูก
เส้นใย จะช่วยดูดน้ำไว้ในตัวอุจจาระ ทำให้ปริมาณอุจจาระเพิ่มขึ้นและไม่แข็ง ปริมาณอุจจาระเพิ่มขึ้น
จะเร่งให้มีการขนส่งอุจจาระผ่านลำไส้เร็วขึ้น ส่งผลให้มีการขับถ่ายอุจจาระเพิ่มขึ้นและง่ายขึ้น การดื่มน้ำมาก ๆ
และการออกกำลังกายจะช่วยให้ลำไส้ได้มีการเคลื่อนไหว นอกจากนี้การใช้เวลาที่เพียงพอ และไม่เร่งรีบในการถ่ายอุจจาระ
รวมทั้งการฝึกลักษณะนิสัยในการขับถ่ายอุจจาระให้เหมาะสม ควรทานอาหารที่ละน้อย ไม่กินอิ่มจนเกินไป

หลีกเลี่ยงอาหารไขมันเนื่องจากไขมัน จะทำให้เกิดภาวะท้องอืด อาหารไม่่ย่อย จะเกิดเมือกไปอุดตันลำไส้ได้

นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอกอออล์ทุกชนิด ,กาแฟ ของดอง , น้ำอัดลม และยาที่ทำให้มีอาการท้องผูกมากขึ้น
กินยาระบายเป็นประจำ… เป็นเหตุให้เกิืดโรคท้องผูกเรื้อรัง shania กล่องเขียว.