me love plus & gold collagen

me love plus & gold collagen เอาละซี่! เมื่อถึงคราวเลยวัยรุ่น เกินวัยใสย่างกรายมาสู่อายุ 25 อัพ หลายคนเป็นต้องเริ่มปวดเศียรเวียนเกล้า กับผิวพรรณที่เริ่มหย่อนคล้อย ไม่เด้งดึ๋งปึ๋งปั๋ง เหมือนก่อน อย่าเพิ่งทำหน้าหงอย น้อยใจในชะตากรรมค่ะ เพราะผู้หญิงเราไม่หยุดสวยง่ายๆ หรอก จริงมะ? และเรายังยืนยันตามคอนเซ็ปต์ YOU ARE WHAT YOU EAT เช่นเคย สัปดาห์นี้จึงชวนคุณมาดูกัน ว่าถ้าอยากให้ผิวเด้งใส ไร้ริ้วรอย ควรทานอาหารชนิดไหนกัน? กินอะไรหน้าเด้ง เรามีเมนูเปี่ยม “คอลลาเจน” มาบอก
กับคุณหมอใจดีท่านนี้ นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการสถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ที่มาตามสัญญาใจ ว่าจะช่วยไขรหัสความลับ นำอาหารเพิ่มความสวยมาฝากกัน และครั้งนี้คุณหมอท่านขอเอาใจสาวใสวัยทำงาน ที่อาจเริ่มมีปัญหาริ้วรอย บาทา(ตีน)กา มาเยือน ถ้าให้นึกถึงอาหารบำรุงผิว เพื่อลดริ้วรอยละก็ ชื่อของ คอลลาเจน (Collagen) เป็นต้องผุดขึ้นมาในหัวหลายคนเป็นแน่ และถูกต้องอย่างที่หลายคนเข้าใจเลยค่ะ คุณหมอกฤษดาท่านฟันธงมาว่า คอลลาเจนคือ สารอาหารที่ช่วยบำรุงผิวให้มีสุขภาพดีได้จริง และไม่ใช่แค่คอลลาเจนแบบขวด แบบเม็ด ที่เราคุ้นเคยเท่านั้น อาหารสดหลายชนิดที่เราๆ ท่านๆ รับประทานกันอยู่ ก็มีคอลลาเจนค่ะ ที่สำคัญ เป็นคอลลาเจนที่ทรงอานุภาพยิ่งกว่าคอลลาเจนสำเร็จรูปอีกแน่ะ me love plus & gold collagen.
me love plus & gold collagen
me love plus & gold collagen “จริงๆ แล้วคอลลาเจน มีอยู่ในอาหารธรรมชาติด้วย และคอลลาเจนที่อยู่ในอาหารนั้น เป็นคอลลาเจนที่ดูดซึมง่าย ให้จำง่ายๆ เลยว่า ถ้าอยากได้คอลลาเจน ไม่ใช่แค่รับประทานจากคอลลาเจนแบบขวด หรือแบบเม็ดอย่างเดียว เพราะคอลลาเจนสำเร็จรูปเหล่านั้น เมื่อกินเข้าไปแล้ว มันจะถูกร่างกายย่อยแล้วย่อยอีก จนไม่รู้ว่าตกลงแล้ว เหลือคอลลาเจนที่ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายเท่าไหร่ อาจจะปัสสาวะออกหมดเลยก็ได้ ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่มีคอลลาเจนตามธรรมชาติจะดีกว่า” มีเลิฟพลัส&โกลด์

“ซุปเปอร์ขาไก่” ซดแล้วสวย!
กินอะไรหน้าเด้ง เรามีเมนูเปี่ยม “คอลลาเจน” มาบอก  me love plus & gold collagen
คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรวัฒน์ ยกตัวอย่าง อาหารที่อุดดมไปด้วยคอลลาเจนว่ามีมากมายหลายชนิดเชียว แต่ต้องรีบเน้นย้ำกันก่อน ว่าสำหรับคอลลาเจนนั้น ถ้าจะกินให้ได้ประโยชน์จริง ต้องโซ้ยคู่กับวิตามินซี (Vitamin C) เท่านั้น

“อาหารที่มีคอลลาเจน ตามธรรมชาติมีหลายอย่าง แต่ข้อสำคัญคือ ต้องทานคู่กับวิตามินซีด้วย เพราะวิตามินซีจะช่วยดึงคอลลาเจนเข้าสู่ร่างกายได้ ตัวอย่างเช่น ต้มยำขาไก่ หรือถ้าเป็นคอข้าวต้มกุ๊ยจะรู้จักในชื่อ ‘ซุปเปอร์ตีนไก่’ ซึ่งตีนไก่ หรือ ขาไก่ที่เราเห็นว่าเป็นวุ้นๆ จากเอ็นของมันนี่แหละคือ คอลลาเจนอย่างดีเลย และอย่างที่บอกว่าจะมีแค่คอลลาเจนอย่างเดียวไม่พอ มันต้องมีอะไรเปรี้ยวๆ เป็นวิตามินซีด้วย ซึ่งมันก็คือ ต้มยำขาไก่, ขาไก่ตุ๋นมะนาวดอง นั่นเอง”

นอกจาก ต้มยำขาไก่รสเปรี้ยวจะถือเป็น ‘ซุปสวย’ ที่คุณหมอยกนิ้วเชียร์แล้ว เมนูอื่นๆ ที่เปี่ยมคอลลาเจนไม่แพ้กัน ก็ยังมีค่ะ

“อาหารอื่นๆ ที่มีคอลลาเจน ยังมีอีกหลายชนิดครับ ถ้าเป็นฝรั่ง เขาก็รู้จักกินคอลลาเจนมานานแล้ว เช่นช่วงวันคริสต์มาส จะมีเยลลี่หัวหมู พอฆ่าหมูตัวนึงเขาแทบจะไม่ทิ้งอะไรเลย เมื่อได้เนื้อไปแล้ว ส่วนที่เหลือคือ พวกหัวหมู หางหมูนั้น เขาจะเอามาเคี่ยว ทำเป็นสตู พอทิ้งไว้จนเย็นมันก็จะกลายเป็นเยลลี่หัวหมู หรือคนจีนก็ทำพวกหมูตั้ง พวกนั้นก็มีคอลลาเจนเหมือนกัน

กระทั่งอาหารบางอย่างที่สมัยนี้เขานิยมใส่คอลลาเจนสำเร็จรูปเข้าไป เช่น ส้มตำใส่คอลลาเจนสำเร็จรูป อย่างนั้นก็ได้คอลลาเจนเหมือนกันครับ เหมือนเรากินต้มยำขาไก่เลย เพียงแต่ว่าอาจจะแพงขึ้นมา เพราะเราต้องไปซื้อคอลลาเจนมาจากต่างประเทศ ทั้งที่คอลลาเจนแบบไทยๆ เราก็มี”

“อาหารทะเล” แหล่งคอลลาเจนชั้นเลิศ
กินอะไรหน้าเด้ง เรามีเมนูเปี่ยม “คอลลาเจน” มาบอก
อีกแหล่งคอลลาเจนชั้นเลิศที่คุณหมอแนะนำก็คือ อาหารทะเลค่ะ

“ปลาฉลามเป็นคอลลาเจนชั้นดีครับ หูของมันก็มีคอลลาเจน แต่อาจจะแพงไปสักหน่อย ดังนั้นเรากินเนื้อปลาฉลามก็ได้ อย่างคนสมัยก่อน พอเขาเอาหูฉลามส่งขายภัตตาคารแล้ว เขาจะเอาเนื้อปลาฉลามมาผัดเผ็ด ผัดทั้งกระดูกเลย

สมัยนี้ถ้าไปแถวเยาวราช ก็ยังมีผัดเผ็ดปลาฉลามขายอยู่ ราคาไม่แพงนัก หรือจะเป็นปลากระเบนก็ได้ คือ พวกนี้เป็นสัตว์กระดูกอ่อน ซึ่งกระดูกอ่อน หรือที่ฝรั่งเรียกคาร์ทีเลจ (Cartilage) นี่แหละคือ คอลลาเจนอย่างดีเลย ถึงขั้นมีฝรั่งหัวใสเอามาสกัดเป็น ชาร์ค คาร์ทีเลจ (Shark Cartilage – กระดูกอ่อนปลาฉลาม) ขายกันราคาแพง ทั้งที่จริงแล้วมันคือ คอลลาเจนกลุ่มเดียวกันเลย”

และไม่ใช่แค่ปลาใหญ่อย่างฉลามหรอกค่ะ ปลาเล็กปลาน้อย กระทั่งปลาหมึก ก็ยังเปี่ยมคอลลาเจน

“จริงๆ แล้วคอลลาเจนที่ดีคือ คอลลาเจนจากพวกอาหารทะเล อย่างเช่น ปลา ปลาหมึก หอยนางรม หรืออย่างประเทศญี่ปุ่น จะทำคอลลาเจนมาจากปลาทะเลน้ำลึกทั้งหลาย เพราะคอลลาเจนจากอาหารทะเลจะดูดซึมได้ดีกว่าไก่ แต่จริงๆ แล้วเรากินอาหารทะเลธรรมดาก็ได้เหมือนกัน เช่น ต้มยำหัวปลากระพงขาว นี่ก็คอลลาเจนทั้งนั้นเลย

แต่การกินคอลลาเจนจากอาหารทะเลจะมีข้อเสียนิดนึง เพราะกลัวจะได้ของแถมเป็นพวกสารตะกั่ว สารปรอท หรือโลหะหนักที่ตกอยู่ตามทะเล หลายคนเลยเลือกเป็นพวกคอลลาเจนสกัด ซึ่งพวกนี้จะมีข้อดีคือ มันอาจจะทำให้บริสุทธิ์แล้ว ก็อาจจะปลอดภัยหน่อย แต่เราก็จะต้องแลกกับราคาที่สูงขึ้น”

“น้ำต้มกระดูก” เมนูสบายกระเป๋า เปี่ยมประโยชน์ต่อผิว
กินอะไรหน้าเด้ง เรามีเมนูเปี่ยม “คอลลาเจน” มาบอก
หลายคนฟังเมนูอาหารทะเลที่คุณหมอเสนอแล้ว กลัวสู้ราคาไม่ไหว ก็ไม่ต้องหวั่นใจไปค่ะ เพราะเรามีเมนูราคาย่อมเยากว่ามาเสนอด้วย

“ถ้าเกรงว่าปลาฉลามแพงไปหน่อย ทานน้ำต้มกระดูกไก่ น้ำต้มหมูก็ยังได้ เพราะน้ำซุปเหล่านี้มักเอากระดูกมาต้ม ซึ่งตรงข้อกระดูกเหล่านี้ก็มีคอลลาเจนอยู่”

ทว่าเข้าใจกันดีค่ะว่าหลายคนกลัวอ้วน ห่วงเรื่องน้ำหนักเกิน me love plus & gold collagen คุณหมอเลยฝากทิปส์ง่ายๆ ในการทานอาหารให้ได้คอลลาเจน แต่ไม่อ้วนมาว่า

“ถ้ากลัวอ้วน เราอาจจะใช้วิธีช้อนไขมันที่อยู่ด้านหน้าซุปออกก่อน เช่น หากต้มขาไก่ ให้เราคอยช้อนไขมันด้านหน้าออกระหว่างต้ม แค่นี้น้ำข้างล่างก็ไขมันน้อยลงเยอะแล้ว”

ทานคอลลาเจนแค่ไหน..ถึงพอเหมาะ!?

ก่อนปิดท้ายเรื่องอาหารชะลอวัย ผอ.สถาบันเวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ ฝากท้ายเรื่องปริมาณที่เหมาะสมในการทานคอลลาเจนมาว่า

“ปริมาณการทานคอลลาเจน ถ้าเป็นอาหารสด อย่างเช่น ต้มยำขาไก่ ทานวันละหนึ่งมื้อก็พอครับ หรือสมมุติทานขาไก่ตุ๋นมะนาวดองสักหนึ่งถ้วยก็พอแล้ว ส่วนผัก โดยทั่วไปแล้วจะไม่ค่อยมีคอลลาเจน ยกเว้นบางประเภทเช่น หัวบุก อาจจะมีบ้าง แต่ก็ยังสู้พวกเนื้อไม่ได้ เนื้อจะมีคอลลาเจนเยอะกว่า

แต่อย่างไรก็ตาม ให้จำไว้เสมอว่าการทานต้องมีวิตามินซีด้วย ไม่อย่างนั้นกินคอลลาเจนเข้าไปก็ไม่มีประโยชน์เลย อันนี้รวมถึงคอลลาเจนทุกประเภทครับ ไม่ว่าจะเป็นคอลลาเจนแบบเม็ด แบบฉีด มันต้องมีการเพิ่มวิตามินซีเข้าไปด้วยเสมอ เพราะวิตามินซีจะทำให้คอลลาเจนดูดซึมได้ดี จึงเป็นอีกหลักการว่า ถ้าจะซื้อคอลลาเจนเป็นอาหารเสริม ให้รู้ไว้เลยว่าถ้ามีแค่คอลลาเจนอย่างเดียว มันจะไม่ค่อยดูดซึม พอเข้าสู่ร่างกายแล้วจะถูกน้ำย่อยในตัวเราย่อย และขับออกมาเป็นปัสสาวะเกือบหมด ที่อุตส่าห์ซื้อมาราคาแสนแพง ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย me love plus & gold collagen.