kaybee perfect

kaybee perfect อ้วนแล้วกิน กินแล้วอ้วน ทุกคนคงทราบกันดีแล้วว่าการกินไม่บันยะบันยังย่อมทำให้อ้วน แต่ในทางกลับกันความอ้วนก็เกี่ยวข้องกับการกินอย่างไม่บันยะบันยัง ยังเหมือนกันดังงานวิจัยจากอเมริกาชิ้นหนึ่ง โดยนักวิจัยได้ตรวจสอบองค์ประกอบร่างกายและพฤติกรรมการกินของผู้หญิงจำนวน 294 คนที่จุดเริ่มต้นการศึกษา และติดตามผลหลังจากจุดเริ่มต้นเป็นเวลา 6 สัปดาห์ 6 เดือน 12 เดือน และ 24 เดือน หลังจากเวลาผ่านไป 2 ปี ผู้หญิงร้อยละ 24 มีน้ำหนักตัวมากกว่าตอนเริ่มต้นถึงร้อยละ 5 การกินอาหารโดยปราศจากการควบคุมเพิ่มขึ้นจากตอนเริ่มต้นการศึกษา และพบว่ายิ่งร้อยละของไขมันในลำตัวและช่องท้องมีมากขึ้นเท่าไหร่ การควบคุมตนเองในการกินอาหารก็ยิ่งลดลง ดังนั้น เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ควรติดตามน้ำหนักตัวอย่างสม่ำเสมอ บริโภคอาหารที่สมดุล และออกกำลังกาย เพื่อป้องกันการสะสมไขมันที่มากเกินไป ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุของความผิดปกติต่างๆ ในร่างกายได้ kaybee perfect.

kaybee perfect

kaybee perfect เคล็ดลับสำหรับการมีหุ่นดี

ฉันเลือกใช้วิธีต่อไปนี้ เป็นเคล็ดลับในการเอาชนะน้ำหนักยามที่เผลอไผลตามใจปาก ไปกับการดื่มกินสังสรรค์จนปล่อยให้น้ำหนักขึ้นอยู่เรื่อยๆ พอมีสติเมื่อไหร่ก็จะกลับมาสู่ที่ตั้งเดิมของปัญญา โดยงัดกติกาเดิมๆ ออกมาใช้กับตัวเอง ใครจะลองทำตามก็ไม่หวงวิชาค่ะ เคบี เพอร์เฟค

1.ระมัดระวังในการวางแผนการกินแต่ละวัน โดยจะเลือกกินเฉพาะของที่มีปริมาณแคลอรีต่ำให้พลังงานน้อย ลดอาหารจำพวกแป้งทุกรูปแบบให้น้อยลง แม้กระทั่งข้าวกล้องก็จะลดปริมาณลงจากเดิม เผือก มัน ถั่วไม่แตะเลย อาหารทอดน้ำมัน เป็นของต้องห้ามเด็ดขาด kaybee perfect

2.พยายามเพิ่มสลัดผักเข้าไปในทุกมื้ออาหาร โดยเฉพาะผักสลัด มะเขือเทศ ผักโขม คะน้า ปวยเล้ง กะหล่ำปลี เห็ด และหอมหัวใหญ่ ซึ่งให้พลังงานและแคลอรีต่ำ และยังทำให้กินอิ่มเร็วด้วย ถ้าหาสลัดรับประทานไม่ได้ ก็จะกินแกงผักจำพวกแกงส้ม แกงเลียง หรือไม่ก็ผัดผักที่ใส่น้ำมันน้อยๆ และกินในปริมาณน้อยลงกว่าปกติ

3.รับประทานผลไม้ให้เยอะๆ และต้องรู้จักเลือกผลไม้ที่ไม่มีรสหวานจัด ไม่มีแคลอรีสูงด้วย ผลไม้จำพวกทุเรียน ลำไย ลองกอง องุ่น เงาะ มะม่วงสุก และกล้วย เป็นผลไม้ที่ต้องหลีกเลี่ยงในระยะลดน้ำหนัก เพราะมีน้ำตาลและแป้งมากให้พลังงานสูง เลือก ฝรั่ง แอปเปิล ชมพู่ แคนตาลูป แตงโม และส้มโอแทน

4.รับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ในปริมาณน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอาหารจำพวก เนื้อสัตว์สดๆ เช่น ปลาดิบ หรือพวกเนื้อย่างกระทะร้อน หากจำเป็นก็จะเลือกชิ้นที่บางที่สุดและมีขนาดเล็กสุด แค่ให้หายอยากเท่านั้น และต้องเลาะส่วนที่เป็นไขมันหรือหนังออกให้เกลี้ยงก่อนการรับประทานทุกครั้ง

ชีสเป็นอาหารที่ให้โปรตีนสูงมาก ฉันจะเลือกรับประทนชีสในปริมาณเล็กน้อยแทนเนื้อสัตว์ที่มีไขมันอื่นๆ โดยรับประทานในรูปของซุปหัวหอมแบบฝรั่งเศส ชามเดียวก็อยู่ สำหรับมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น

ใครที่ยังติดการรับประทานไข่อาจกินได้วันละ 1 ฟอง แต่เพื่อให้ได้ผลดีเยี่ยมในการควบคุมน้ำหนักในระหว่างนี้ ฉันจะไม่แตะต้องไข่เลยทั้งไข่ขาวและไข่แดง

5.ดื่มน้ำให้มีปริมาณของเหลวในร่างกายมากๆ ในแต่ละวัน ควรเป็นน้ำแร่หรือน้ำสะอาดปกติ ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล ไม่ใช่น้ำอัดลมหรือโซดา บางคนไม่รู้ว่าเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่ให้ฟองฟู่ทั้งหลายนั้น มีปริมาณแคลอรีสูงมาก และไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างสิ้นเชิง (นอกจากความหวานในน้ำตาล)

น้ำอัดลมควรเป็นของต้องห้าม ซึ่งคนที่กำลังไดเอ็ททั้งหลายต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด หากไม่ต้องการให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำผลไม้จากธรรมชาติที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลเลย และน้ำเปล่านี่แหละ คือเครื่องดื่มในรอบวันที่วิเศษสุด

ไม่ต้องกังวลว่าการดื่มน้ำในปริมาณมากๆ นี้จะทำให้ร่างกายอุ้มน้ำไว้เยอะ จนทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม เพราะร่างกายจะมีกลไกในการขับถ่ายของเสียและน้ำส่วนเกินออกไป โดยธรรมชาติของมันเองค่ะ

6.ในระหว่างการควบคุมน้ำหนัก ให้รับประทานวิตามินรวมแบบชนิดเม็ดหรือแคปซูลจะช่วยให้ร่างกายรักษาความสมดุลของแร่ธาตุได้ดีขึ้น

7.ลดปริมาณอาหารหนักในแต่ละมื้อเป็นอาหารแบบเบาๆ แทน ทางที่ดีที่สุดคือให้รับประทานอาหารพออิ่ม อย่าให้มากจนแน่นท้อง หลังอาหารเย็นให้ออกไปเดินเล่นสักพัก จะช่วยการเผาผลาญแคลอรีได้มาก

แต่หากมีทางเลือกที่สามารถทำได้สำหรับบางคน การเว้นอาหารมื้อเย็นจะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้อย่างเร็วมาก

8.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง จะเลือกวิธีการออกกำลังกายชนิดใดก็ได้ไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือต้องเริ่มต้นให้ได้ แล้วกระทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย สำหรับฉันเริ่มต้นด้วยการใช้บันไดแทนลิฟต์ ไม่ว่าจะเดินขึ้นลงเพียง 2 ชั้น หรือ 7 ชั้น ตอนนี้ทำจนติดเป็นนิสัยแล้ว

การเดินขึ้นบันได 4-5 ชั้น หรือมากกว่านั้น หลังอาหารมื้อกลางวัน จะช่วยในการเผาผลาญอาหารได้ดีมาก

9.ชั่งน้ำหนักตัวในห้องน้ำทุกๆ วัน หลังจากทำธุระเข้าห้องน้ำตอนเช้าเรียบร้อย และจดบันทึกน้ำหนักตัวได้อย่างต่อเนื่อง

ไม่ต้องกังวลใจมากกับความเคลื่อนไหวขึ้น-ลงไม่แน่นอนของน้ำหนักในแต่ละวัน ซึ่งอาจขึ้นลงได้บ้างแล้วแต่ปริมาณการบริโภคอาหารหนัก-เบาแต่ละมื้อ แต่ให้เปรียบเทียบสกอร์โดยรวมของน้ำหนักเฉลี่ยในรอบเดือนนี้กับเดือนต่อๆ ไปว่า เราสามารถควบคุมให้คงที่อยู่เช่นเดิม ลดลงบ้าง หรือเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ดัชนีตัวนี้จะช่วยบ่งชี้ความก้าวหน้าในการลดน้ำหนักของทุกคน

10.ต้องกระตุ้นและให้กำลังใจตัวเองให้มุ่งมั่นในการลดน้ำหนักให้ได้ในทุกวัน บอกตัวเองอยู่เสมอว่าจะต้องลดน้ำหนักให้ได้และจะต้องทำสำเร็จเหมือนงานอื่นๆ ที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว และให้จินตนาการถึงตอนที่ตัวเองผอมเท่าที่ตั้งใจไว้ เพื่อจะได้ใส่เสื้อผ้าสวยๆ ใส่ชุดว่ายน้ำไปทะเล และเชื่อมั่นในการปรากฏตัวต่อสังคมทุกระดับ จะทำให้การลดน้ำหนักได้ผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

11.อย่าเลือกวิธีที่จะกินอาหารหนักๆ มื้อใหญ่เพียงมื้อเดียว แล้วอดมื้ออื่นๆ แต่ให้แยกอาหารเป็นมื้อย่อยๆ สัก 4-5 มื้อในรอบวันแทน จะทำให้ร่างกายเผาผลาญอาหารได้ดีขึ้นและปริมาณการบริโภคจะเพียงพอต่อความต้องการจริงๆ ของร่างกายในแต่ละช่วงการใช้พลังงานของรอบวัน

มีแต่ความมุ่งมั่นตั้งใจจริงและลงมือทำเท่านั้นที่จะทำให้การควบคุมน้ำหนักประสบผลสำเร็จ การมีหุ่นและสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาฟ้าบันดาล kaybee perfect แต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติตนที่ถูกต้องอย่างแท้จริง ขอให้ทุกๆ คนโชคดีค่ะ

อ้วนลงพุงต่างจากความอ้วนธรรมดาอย่างไร

โรคอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) คือ กลุ่มของปัจจัยเสี่ยงโรคอ้วนที่มีไขมันในช่องท้องมากเกินไป รวมถึงอาจมีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด โดยเกณฑ์ในการวัดว่าเรากำลังประสบกับภาวะโรคอ้วนลงพุงแบบที่ไม่ใช่โรคอ้วนธรรมดา มีหลักเกณฑ์ดังนี้

1.ความยาวของเส้นรอบเอว คนในประเทศแถบยุโรป ผู้ชายมีรอบพุง 94 เซนติเมตรขึ้นไป ผู้หญิงมีรอบพุง 80 เซนติเมตรขึ้นไป คนในประเทศแถบเอเชีย ผู้ชายมีรอบพุง 90 เซนติเมตรขึ้นไป ผู้หญิงมีรอบพุง 80 เซนติเมตรขึ้นไป

2.ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด สูงกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือ 1.7 มิลลิโมลต่อลิตร

3.ระดับไขมันเอชแอลดี คอเลสเตอรอลในเลือด ผู้ชายต่ำกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ผู้หญิงต่ำกว่า 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

4.ความดันโลหิต มีค่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท หรือมากกว่า

5.ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารตอนเช้า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือมากกว่า หรือเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2

ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยการมี “หุ่นดี” ก็ยังเป็นที่ปารถนาของสาวๆ อยู่เสมอ เพราะไม่ว่าจะหยิบจับเสื้อผ้าประเภทไหนมาใส่ก็ย่อมดูดีเป็นที่จับตามอง ซึ่งปัจจุบันนอกจากจะมีหุ่นดีแล้วการมีกล้ามหน้าท้อง หรือ 6 pack ก็กำลังเป็นที่นิยมของสาวๆ ในยุคนี้อีกด้วย kaybee perfect.