kaybee perfect

kaybee perfect อ้วนแล้วกิน กินแล้วอ้วน ทุกคนคงทราบกันดีแล้วว่าการกินไม่บันยะบันยังย่อมทำให้อ้วน แต่ในทางกลับกันความอ้วนก็เกี่ยวข้องกับการกินอย่างไม่บันยะบันยัง ยังเหมือนกันดังงานวิจัยจากอเมริกาชิ้นหนึ่ง โดยนักวิจัยได้ตรวจสอบองค์ประกอบร่างกายและพฤติกรรมการกินของผู้หญิงจำนวน 294 คนที่จุดเริ่มต้นการศึกษา และติดตามผลหลังจากจุดเริ่มต้นเป็นเวลา 6 สัปดาห์ 6 เดือน 12 เดือน และ 24 เดือน หลังจากเวลาผ่านไป 2 ปี ผู้หญิงร้อยละ 24 มีน้ำหนักตัวมากกว่าตอนเริ่มต้นถึงร้อยละ 5 การกินอาหารโดยปราศจากการควบคุมเพิ่มขึ้นจากตอนเริ่มต้นการศึกษา และพบว่ายิ่งร้อยละของไขมันในลำตัวและช่องท้องมีมากขึ้นเท่าไหร่ การควบคุมตนเองในการกินอาหารก็ยิ่งลดลง ดังนั้น เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ควรติดตามน้ำหนักตัวอย่างสม่ำเสมอ บริโภคอาหารที่สมดุล และออกกำลังกาย เพื่อป้องกันการสะสมไขมันที่มากเกินไป ซึ่งอาจเป็นต้นเหตุของความผิดปกติต่างๆ ในร่างกายได้ kaybee perfect.

kaybee perfect

kaybee perfect เคล็ดลับสำหรับการมีหุ่นดี

ฉันเลือกใช้วิธีต่อไปนี้ เป็นเคล็ดลับในการเอาชนะน้ำหนักยามที่เผลอไผลตามใจปาก ไปกับการดื่มกินสังสรรค์จนปล่อยให้น้ำหนักขึ้นอยู่เรื่อยๆ พอมีสติเมื่อไหร่ก็จะกลับมาสู่ที่ตั้งเดิมของปัญญา โดยงัดกติกาเดิมๆ ออกมาใช้กับตัวเอง ใครจะลองทำตามก็ไม่หวงวิชาค่ะ เคบี เพอร์เฟค

1.ระมัดระวังในการวางแผนการกินแต่ละวัน โดยจะเลือกกินเฉพาะของที่มีปริมาณแคลอรีต่ำให้พลังงานน้อย ลดอาหารจำพวกแป้งทุกรูปแบบให้น้อยลง แม้กระทั่งข้าวกล้องก็จะลดปริมาณลงจากเดิม เผือก มัน ถั่วไม่แตะเลย อาหารทอดน้ำมัน เป็นของต้องห้ามเด็ดขาด kaybee perfect

2.พยายามเพิ่มสลัดผักเข้าไปในทุกมื้ออาหาร โดยเฉพาะผักสลัด มะเขือเทศ ผักโขม คะน้า ปวยเล้ง กะหล่ำปลี เห็ด และหอมหัวใหญ่ ซึ่งให้พลังงานและแคลอรีต่ำ และยังทำให้กินอิ่มเร็วด้วย ถ้าหาสลัดรับประทานไม่ได้ ก็จะกินแกงผักจำพวกแกงส้ม แกงเลียง หรือไม่ก็ผัดผักที่ใส่น้ำมันน้อยๆ และกินในปริมาณน้อยลงกว่าปกติ

3.รับประทานผลไม้ให้เยอะๆ และต้องรู้จักเลือกผลไม้ที่ไม่มีรสหวานจัด ไม่มีแคลอรีสูงด้วย ผลไม้จำพวกทุเรียน ลำไย ลองกอง องุ่น เงาะ มะม่วงสุก และกล้วย เป็นผลไม้ที่ต้องหลีกเลี่ยงในระยะลดน้ำหนัก เพราะมีน้ำตาลและแป้งมากให้พลังงานสูง เลือก ฝรั่ง แอปเปิล ชมพู่ แคนตาลูป แตงโม และส้มโอแทน

4.รับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ในปริมาณน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นอาหารจำพวก เนื้อสัตว์สดๆ เช่น ปลาดิบ หรือพวกเนื้อย่างกระทะร้อน หากจำเป็นก็จะเลือกชิ้นที่บางที่สุดและมีขนาดเล็กสุด แค่ให้หายอยากเท่านั้น และต้องเลาะส่วนที่เป็นไขมันหรือหนังออกให้เกลี้ยงก่อนการรับประทานทุกครั้ง

ชีสเป็นอาหารที่ให้โปรตีนสูงมาก ฉันจะเลือกรับประทนชีสในปริมาณเล็กน้อยแทนเนื้อสัตว์ที่มีไขมันอื่นๆ โดยรับประทานในรูปของซุปหัวหอมแบบฝรั่งเศส ชามเดียวก็อยู่ สำหรับมื้อกลางวันหรือมื้อเย็น

ใครที่ยังติดการรับประทานไข่อาจกินได้วันละ 1 ฟอง แต่เพื่อให้ได้ผลดีเยี่ยมในการควบคุมน้ำหนักในระหว่างนี้ ฉันจะไม่แตะต้องไข่เลยทั้งไข่ขาวและไข่แดง

5.ดื่มน้ำให้มีปริมาณของเหลวในร่างกายมากๆ ในแต่ละวัน ควรเป็นน้ำแร่หรือน้ำสะอาดปกติ ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล ไม่ใช่น้ำอัดลมหรือโซดา บางคนไม่รู้ว่าเครื่องดื่มน้ำอัดลมที่ให้ฟองฟู่ทั้งหลายนั้น มีปริมาณแคลอรีสูงมาก และไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างสิ้นเชิง (นอกจากความหวานในน้ำตาล)

น้ำอัดลมควรเป็นของต้องห้าม ซึ่งคนที่กำลังไดเอ็ททั้งหลายต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด หากไม่ต้องการให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ำผลไม้จากธรรมชาติที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลเลย และน้ำเปล่านี่แหละ คือเครื่องดื่มในรอบวันที่วิเศษสุด

ไม่ต้องกังวลว่าการดื่มน้ำในปริมาณมากๆ นี้จะทำให้ร่างกายอุ้มน้ำไว้เยอะ จนทำให้น้ำหนักตัวเพิ่ม เพราะร่างกายจะมีกลไกในการขับถ่ายของเสียและน้ำส่วนเกินออกไป โดยธรรมชาติของมันเองค่ะ

6.ในระหว่างการควบคุมน้ำหนัก ให้รับประทานวิตามินรวมแบบชนิดเม็ดหรือแคปซูลจะช่วยให้ร่างกายรักษาความสมดุลของแร่ธาตุได้ดีขึ้น

7.ลดปริมาณอาหารหนักในแต่ละมื้อเป็นอาหารแบบเบาๆ แทน ทางที่ดีที่สุดคือให้รับประทานอาหารพออิ่ม อย่าให้มากจนแน่นท้อง หลังอาหารเย็นให้ออกไปเดินเล่นสักพัก จะช่วยการเผาผลาญแคลอรีได้มาก

แต่หากมีทางเลือกที่สามารถทำได้สำหรับบางคน การเว้นอาหารมื้อเย็นจะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้อย่างเร็วมาก

8.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง จะเลือกวิธีการออกกำลังกายชนิดใดก็ได้ไม่สำคัญ สิ่งสำคัญคือต้องเริ่มต้นให้ได้ แล้วกระทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย สำหรับฉันเริ่มต้นด้วยการใช้บันไดแทนลิฟต์ ไม่ว่าจะเดินขึ้นลงเพียง 2 ชั้น หรือ 7 ชั้น ตอนนี้ทำจนติดเป็นนิสัยแล้ว

การเดินขึ้นบันได 4-5 ชั้น หรือมากกว่านั้น หลังอาหารมื้อกลางวัน จะช่วยในการเผาผลาญอาหารได้ดีมาก

9.ชั่งน้ำหนักตัวในห้องน้ำทุกๆ วัน หลังจากทำธุระเข้าห้องน้ำตอนเช้าเรียบร้อย และจดบันทึกน้ำหนักตัวได้อย่างต่อเนื่อง

ไม่ต้องกังวลใจมากกับความเคลื่อนไหวขึ้น-ลงไม่แน่นอนของน้ำหนักในแต่ละวัน ซึ่งอาจขึ้นลงได้บ้างแล้วแต่ปริมาณการบริโภคอาหารหนัก-เบาแต่ละมื้อ แต่ให้เปรียบเทียบสกอร์โดยรวมของน้ำหนักเฉลี่ยในรอบเดือนนี้กับเดือนต่อๆ ไปว่า เราสามารถควบคุมให้คงที่อยู่เช่นเดิม ลดลงบ้าง หรือเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ดัชนีตัวนี้จะช่วยบ่งชี้ความก้าวหน้าในการลดน้ำหนักของทุกคน

10.ต้องกระตุ้นและให้กำลังใจตัวเองให้มุ่งมั่นในการลดน้ำหนักให้ได้ในทุกวัน บอกตัวเองอยู่เสมอว่าจะต้องลดน้ำหนักให้ได้และจะต้องทำสำเร็จเหมือนงานอื่นๆ ที่เคยทำสำเร็จมาแล้ว และให้จินตนาการถึงตอนที่ตัวเองผอมเท่าที่ตั้งใจไว้ เพื่อจะได้ใส่เสื้อผ้าสวยๆ ใส่ชุดว่ายน้ำไปทะเล และเชื่อมั่นในการปรากฏตัวต่อสังคมทุกระดับ จะทำให้การลดน้ำหนักได้ผลสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

11.อย่าเลือกวิธีที่จะกินอาหารหนักๆ มื้อใหญ่เพียงมื้อเดียว แล้วอดมื้ออื่นๆ แต่ให้แยกอาหารเป็นมื้อย่อยๆ สัก 4-5 มื้อในรอบวันแทน จะทำให้ร่างกายเผาผลาญอาหารได้ดีขึ้นและปริมาณการบริโภคจะเพียงพอต่อความต้องการจริงๆ ของร่างกายในแต่ละช่วงการใช้พลังงานของรอบวัน

มีแต่ความมุ่งมั่นตั้งใจจริงและลงมือทำเท่านั้นที่จะทำให้การควบคุมน้ำหนักประสบผลสำเร็จ การมีหุ่นและสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาฟ้าบันดาล kaybee perfect แต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติตนที่ถูกต้องอย่างแท้จริง ขอให้ทุกๆ คนโชคดีค่ะ

อ้วนลงพุงต่างจากความอ้วนธรรมดาอย่างไร

โรคอ้วนลงพุง (Metabolic Syndrome) คือ กลุ่มของปัจจัยเสี่ยงโรคอ้วนที่มีไขมันในช่องท้องมากเกินไป รวมถึงอาจมีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการเกิดโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และหลอดเลือด โดยเกณฑ์ในการวัดว่าเรากำลังประสบกับภาวะโรคอ้วนลงพุงแบบที่ไม่ใช่โรคอ้วนธรรมดา มีหลักเกณฑ์ดังนี้

1.ความยาวของเส้นรอบเอว คนในประเทศแถบยุโรป ผู้ชายมีรอบพุง 94 เซนติเมตรขึ้นไป ผู้หญิงมีรอบพุง 80 เซนติเมตรขึ้นไป คนในประเทศแถบเอเชีย ผู้ชายมีรอบพุง 90 เซนติเมตรขึ้นไป ผู้หญิงมีรอบพุง 80 เซนติเมตรขึ้นไป

2.ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือด สูงกว่า 150 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือ 1.7 มิลลิโมลต่อลิตร

3.ระดับไขมันเอชแอลดี คอเลสเตอรอลในเลือด ผู้ชายต่ำกว่า 40 มิลลิกรัม/เดซิลิตร ผู้หญิงต่ำกว่า 50 มิลลิกรัม/เดซิลิตร

4.ความดันโลหิต มีค่า 130/85 มิลลิเมตรปรอท หรือมากกว่า

5.ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารตอนเช้า 100 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร หรือมากกว่า หรือเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2

ไม่ว่าจะกี่ยุคกี่สมัยการมี “หุ่นดี” ก็ยังเป็นที่ปารถนาของสาวๆ อยู่เสมอ เพราะไม่ว่าจะหยิบจับเสื้อผ้าประเภทไหนมาใส่ก็ย่อมดูดีเป็นที่จับตามอง ซึ่งปัจจุบันนอกจากจะมีหุ่นดีแล้วการมีกล้ามหน้าท้อง หรือ 6 pack ก็กำลังเป็นที่นิยมของสาวๆ ในยุคนี้อีกด้วย kaybee perfect.

bgm softgel ii

bgm softgel ii ตาเด่น(Dominant eye)โดยธรรมชาติแล้ว คนเราจะใช้ดวงตาทั้งสองข้างในการมองวัตถุพร้อม ๆ กัน โดยจะมีตาข้างหนึ่งเป็นตาข้างที่เด่น หรือ ตาข้างที่ถนัด (Dominant Eye) ส่วนอีกข้างจะเป็นตาข้างที่ด้อยกว่า (Non-Dominant Eye) ซึ่งเราสามารถทดสอบว่าดวงตาข้างใดเป็นตาข้างที่เด่น หรือ ตาข้างที่ด้อย ได้ด้วยตนเอง โดยมีวิธีง่าย ๆ ดังนี้ใช้มือทั้งสองข้างประกอบกันให้เป็นรูปสามเหลี่ยมและยื่นออกไปข้างหน้า จากนั้นเล็งไปทางวัตถุใดวัตถุหนึ่งทดสอบการมองเห็นโดยการหลับตาทีละข้างหากมองวัตถุนั้น ๆ ด้วยดวงตาทั้งสองข้าง เราจะมองเห็นวัตถุนั้นอยู่ในกรอบสามเหลี่ยม แต่เมื่อเราหลับตาลงทีละข้าง จะมองเห็นเสมือนว่าวัตถุที่เราเล็งอยู่นั้นเคลื่อนที่ได้ หรือ บางส่วนอยู่นอกกรอบสามเหลี่ยม ซึ่งทำให้เราทราบได้ว่าดวงตาข้างใดเป็นตาเด่น และดวงตาข้างใดเป็นตาด้อย bgm softgel ii.

bgm softgel ii

bgm softgel ii หากปิดตาซ้ายแล้วเห็นวัตถุอยู่ในกรอบสามเหลี่ยม แต่เมื่อปิดตาขวาจะมองเห็นวัตถุนั้นอยู่นอกรอบบางส่วนหรือมองไม่เห็นวัตถุ นั่นแสดงว่า ตาข้าง “ขวา” ของคุณคือ ตาเด่น บีจีเอ็ม ซอฟเจล ทู

ในทางตรงกันข้าม หากปิดตาขวาแล้วเห็นวัตถุอยู่ในกรอบสามเหลี่ยม แต่เมื่อปิดตาซ้ายจะมองเห็นวัตถุนั้นอยู่นอกรอบบางส่วนหรือมองไม่เห็นวัตถุ นั่นแสดงว่า ตาข้าง “ซ้าย” ของคุณคือ ตาเด่น
และนี่คือวิธีการทดสอบดวงตาข้างเด่นและข้างด้อยด้วยวิธีที่ทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง สรุปง่าย ๆ คือ
ขณะที่เรามองผ่านมือที่ประกอบกันเป็นช่องสามเหลี่ยมแล้วหลับตาลงทีละข้าง หากตาข้างไหนสามารถมองเห็นวัตถุที่เล็งไว้ได้ แสดงว่า ตาข้างนั้นเป็นตาข้างเด่นนั่นเอง bgm softgel ii

ในขณะที่ผู้สูงอายุมุ่งมั่นดูแลสุขภาพร่างกายให้ห่างจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆทั้งโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง แต่อวัยวะที่ร่างกายต้องใช้ทุกวันอย่างดวงตา กลับได้รับความสนใจน้อยกว่า จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า เมื่อThe International Agency for the Prevention of Blindness (IAPB) สำรวจสุขภาพตาของคนที่มีอายุ 50ปี ทั่วโลก 45 ล้านคนพบว่า 80% มักมีปัญหาเรื่องสายตาจนถึงขั้นตาบอด

ความผิดปกติทางสายตาที่มีความสัมพันธ์กับอายุที่ผู้สูงวัยควรระวังได้แก่

ต้อกระจก จะเริ่มตั้งแต่อายุ 40ต้นๆ(หรืออาจจะช้ากว่านั้น) การเกิดต้อกระจกเปรียบเสมือนฝ้าที่เกิดขึ้นบนกระจกใส ทำให้มองเห็นไม่ชัด อาการน่าสงสัยของต้อกระจกคือ ตาสู้แสงได้ไม่ดี โดยเฉพาะเวลาขับรถ

ต้อหิน เกิดจากความดันภายในดวงตาที่สูงกว่าปกติทำให้ดวงตาแข็งเหมือนหิน เมื่อมองจะเห็นภาพที่อยู่ตรงกลางชัดแต่กลับมองภาพบริเวณรอบๆไม่ได้ ต้อหินมี2ชนิด คือต้อหินมุมปิดและมุมเปิด เรามักพบต้อหินมุมปิดหรือต้อหินเฉียบพลันในหญิงสูงอายุ เนื่องจากผู้หญิงมักมีดวงตาเล็กกว่าผู้ชาย มักมีอาการปวดเมื่อยตามากเวลาที่ใช้สายตามากและมีอาการตาแดงก่อนตามัว แต่พอได้นอนพักผ่อนอาการต่างๆจะหายไป สามารถใช้ชีวิตได้ปกติแต่อีกไม่กี่วันก็จะกลับมีอาการใหม่ ในทางตรงกันข้ามต้อหินมุมเปิดหรือต้อหินเรื้อรัง พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงมาจากโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิต โรคหลอดเลือด ภาวะสายตาสั้นหรือครอบครัวมีประวัติเป็นโรคต้อหิน ทั้งนี้ต้อหินแบบเรื้อรังอาจเป็นอันตรายมากกว่า เพราะจะไม่แสดงอาการ ดังนั้นจึงมักตรวจพบได้โดยบังเอิญ หรือกว่าจะมารักษาก็เป็นมากจนสายเกินแก้และอาจจะรุนแรงถึงขั้นตาบอด

การเสื่อมของตาเนื่องจากสูงอายุ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุสูญเสียการมองเห็น อาการเบื้องต้นคือ มองเห็นภาพรอบๆชัดแต่มองจุดภาพตรงกลางไม่ชัด ซึ่งเกิดจากเซลล์เนื้อเยื่อชั้นในดวงตาที่อยู่กึ่งกลางของเรตินามีความผิดปกติและส่วนหนึ่งเกิดมาจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม โรคความดันโลหิตสูง โคเลสเตอรอลสูง ภาวะน้ำหนักเกินหรือสูบบุหรี่เป็นต้น

จุดหรือเงาดำในตา ผู้สูงอายุจะเห็นเป็นจุดหรือเงาดำเล็กๆวิ่งผ่าน คล้ายกับมีแมลงหรือยุงบินผ่าน สาเหตุเกิดจากน้ำวุ้นลูกตาที่อยู่ในตาระหว่างเลนส์กับเรตินาไม่จับตัวแน่นเหมือนเดิม ซึ่งเป็นไปตามอายุที่มากขึ้น แม้การมองเห็นจุดดำจะไม่มีอันตรายต่อสุขภาพตา แต่ถ้าเห็นจุดดำหรือเงาดำมากขึ้นและการมองเห็นไม่ชัดร่วมด้วย ควรจะเข้ามาพบจักษุแพทย์ทันที

**สุขภาพตาก็เหมือนสุขภาพร่างกายทั่วไปที่ควร เข้ารับการตรวจสุขภาพตาประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และควรเข้ารับการตรวจโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ความดันตา หมายถึง ความดันของของเหลวภายในลูกตา มีหน่วยการวัดเป็นมิลลิเมตรปรอท เป็นค่าความดันที่เกิดจากสมดุลระหว่างการสร้างน้ำภายในลูกตาและการระบายน้ำในลูกตา จะรู้ได้อย่างไรว่าความดันลูกตาของเราปกติหรือไม่??

ก่อนอื่นก็ต้องได้รับการตรวจวัดความดันภายในลูกตาโดยการใช้เครื่องมือเป่าลมที่กระจกตา เพื่อดูการไหลเวียนของน้ำในลูกตา ซึ่งสามารถเข้ารับการตรวจวัดได้ที่ คลีนิคจักษุแพทย์ หรือโรงพยาบาลทั้งของรัฐ และเอกชน

ความดันลูกตา คือ อัตราการสร้างของเหลวที่สมดุลพอดีกับอัตราการไหลออก ทำให้ระดับความดันภายในลูกตาปกติ ความดันลูกตาค่าปกติจะอยู่ที่ 12-20 มิลลิเมตรปรอท ถ้าสูงเกินกว่า 21 มิลลิเมตรปรอท ถือว่าผิดปกติ

ถ้าอัตราการสร้างของเหลวกับอัตราการไหลออกไม่สมดุลกัน ก็จะทำให้ระดับความดันลูกตาผิดปกติ หรือ ที่เรียกว่า “ความดันลูกตาสูง” ซึ่งจะทำให้มีความเสี่ยงเป็นต้อหินได้

โครงสร้างภายในลูกตาจะมีส่วนที่เรียกว่า ช่องด้านหน้าของลูกตา(Anterior Chamber) ซึ่งมีตำแหน่งอยู่หลังกระจกตา(Cornea) แต่อยู่หน้าม่านตา(Iris) ภายในช่องนี้จะมีของเหลวลักษณะใสที่เรียกว่า น้ำเลี้ยงลูกตา(Aqueous humor) บรรจุอยู่เต็ม ซึ่งจะไหลเวียนเข้าไปในช่องด้านหน้าลูกตา แล้วระบายออกนอกลูกตาโดยผ่านมุมแคบๆที่อยู่ระหว่างม่านตากับกระจกตาดำ เข้าไปในตะแกรงระบายเล็กๆ เพื่อเข้าสู่หลอดเลือดดำที่อยู่นอกลูกตา ของเหลวนี้จะทำหน้าที่ ออกซิเจนและสารอาหารที่จำเป็นไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง

ดวงตา เป็นอวัยวะเสี่ยงต่อการติดชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากน้ำที่ไม่สะอาด น้ำสงกรานต์ที่เล่นกันอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส
หรือแม้กระทั่งเชื้อรา ที่สามารถติดมากับน้ำได้ การสังเกตุก่อนเล่นน้ำควรสังเกตุว่าน้ำที่นำมาเล่นมีการปนเปื้อนของฝุ่น หิน ดิน ทราย หรือคราบสกปรกหรือไม่
โรคตาที่อาจเกิดขึ้นได้จากน้ำไม่สะอาด และมีสารปนเปื้อน

เยื่อบุตาอักเสบ อาการ ตาแดง คันตา มีขี้ตา น้ำตามาก เกิดการอักเสบบริเวณตาขาว สาเหตุเกิดจากการแพ้ การติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส จากสารเคมี

การถลอกของกระจกตา หรือแผลที่กระจกตา กระจกตาหรือตาดำเป็นส่วนผิวของตาที่มีความใส การถลอกจะเกิดขึ้นเมื่อถูกวัตถุไปขูดที่ผิวของตาดำ
จากของกระเด็นเข้าตา หรือจากการใช้คอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี bgm softgel ii ถ้าเป็นมากจะเกิดการติดเชื้อและทำให้เกิดแผลที่ตาดำได้

ตากุ้งยิง เกิดจาก การอักเสบของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา ซึ่งโดยปกติแล้วสามารถระบายไขมันออกมาได้โดยผ่านทางรูระบายเล็กๆใกล้ๆขนตา
แต่หากมีการอุดตัน เช่น จากฝุ่น ก็อาจทำให้เกิดการอุดตันเป็นก้อนบริเวณเปลือกตา

ตาแดง อาการตาขาวบวมแดง มีขี้ตามาก ระคายเคืองตา คันหรือเจ็บตา ปวดตา สู้แสงไม่ได้ น้ำตาไหลมาก ถ้าน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา
แนะนำให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำยาล้างตาเบื้องต้น สังเกตุอาการหลังจากนั้นว่า มีอาการดีขึ้นหรือไม่ หากไม่ดีขึ้นใน 1-2 วันควรรีบพบแพทย์
ข้อควรระวังเมื่อเล่นสงกรานต์

ก่อนเล่นน้ำควรสังเกตุว่าน้ำที่นำมาเล่น สะอาดเพียงพอหรือไม่ ระมัดระวังไม่ให้น้ำเข้าตาโดยตรง

กรณีมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา ไม่ควรขยี้ตาเพราะอาจทำให้กระจกตาถลอกได้ ควรรีบล้างตาด้วยน้ำสะอาด

กรณีสังเกตุว่ามีสารปนเปื้อนมากับน้ำทำให้แสบตา เคืองตา คันตา ควรล้างน้ำสะอาดด้วยการเปิดน้ำให้ไหลผ่านเข้าตา
หากอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการอย่างทันท่วงที

สำหรับผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ ไม่แนะนำให้ใส่คอนแทคเลนส์เล่นน้ำหรือหากจำเป็นควรใส่แบบรายวัน ป้องกันการติดเชื้อจากคอนแทคเลนส์ได้

หลังการเล่นน้ำสงกรานต์ทุกครั้ง ทำความสะอาดดวงตา แลให้สังเกตุว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาหรือไม่ หากรู้สึกมีอาการเคืองตา
ให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด หากอาการเคืองตาไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อตรวจดูต่อไป bgm softgel ii.

biosis red grape seed

biosis red grape seed 10 อันดับประโยชน์สารสกัดจากเมล็ดองุ่น ประโยชน์ขององุ่นนั้นมีมากมาย เพราะในผลองุ่นนั้นอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี น้ำตาลกลูโคส น้ำตาลซูโครส ธาตุเหล็ก แคลเซียม เป็นต้น องุ่นนั้นสามารถปลูกได้ทั้งในพื้นที่ ที่เป็นเขตหนาว เขตกึ่งร้อนกึ่งหนาว หรือไม่ว่าจะเป็นเขตร้อนอย่างบ้านเราก็สามารถปลูกองุ่นได้ ประโยชน์ขององุ่นนั้นไม่ใช่แค่ได้จากผล ประโยชน์ของรากองุ่น ประโยชน์ของใบองุ่นก็มีเช่นเดียวกัน เพราะสามารถใช้เป็นยาขับลม ขับปัสสาวะ รักษาโรคไขข้ออักเสบ อาการเป็นเอ็นปวดกระดูกได้ และนอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติทางยามีฤทธิ์ระงับประสาทแก้ปวด แก้อาเจียนได้อีกด้วย การรับประทานองุ่นเป็นประจำยังมีประโยชน์ช่วยในการบำรุงหัวใจ แก้กระหาย บำรุงกำลังวังชาได้ องุ่นยังแบ่งสายพันธุ์ออกเป็นหลายพันธุ์ด้วยกัน เช่น องุ่นเขียว องุ่นดำ องุ่นแดง biosis red grape seed.
biosis red grape seed
biosis red grape seed 1. ช่วยหัวใจและหลอดเลือด
– ยับยั้งการเกาะตัวของคอเลสเตอรอลที่ผนังหลอดเลือด จึงป้องกันหลอดเลือดอุดตัน
– เพิ่มความสามารถในการไหลเวียนของโลหิต
– ส่งเสริมให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง ไม่เปราะหรือแตกหักง่าย สามารถรวมตัวกับคอลลาเจนของผนังหลอดเลือดได้ดีจึงป้องกันอนุมูลอิสระที่จะมา ทำลายเซลล์ผนังหลอดเลือดช่วยบรรเทาอาการเส้นเลือดขอดหรือโป่งพองได้

2.ช่วยให้เส้นเลือดฝอยแข็งแรง

ไม่เปราะหรือแตกหักง่าย สามารถรวมตัวกับคอลลาเจนของผนังหลอดเลือดได้ดี จึงป้องกันอนุมูลอิสระ ที่จะมาทำลายเซลผนังหลอดเลือด ช่วยบรรเทาอาการเส้นเลือดขอดหรือโป่งพองได้ เนื่องจากมีคุณสมบัติจับกับอนุมูลอิสระที่คอยทำลายเซลล์ผนังหลอดเลือดเพิ่ม ความแข็งแรงให้กับคอลลาเจน และยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจน บริเวณหลอดเลือด ได้แก่ เอนไซม์ คอลลาจิเนส (Colleganase) ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) อีลาสเตส (Elastase) ซึ่งจะส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง ป้องกันการเป็นเส้นเลือดขอดได้ และแก้ไขปัญหาเส้นเลือดขอดระยะเริ่มต้น (Spider web) biosis red grape seed

3.ต้านการอักเสบ (Anti-Inflammation)

จะยับยั้งการสังเคราะห์และการปล่อยสารที่จะ ทำให้เกิดการอักเสบทำให้เนื้อ เยื่อเกี่ยวพันของข้อต่างๆ ทำงานได้ดี ลดอาการข้อกระดูกอักเสบ โรคเนื้อเยื่อแข็ง

4.ลดอาการภูมิแพ้

มีคุณสมบัติในการต้านสารฮิสตามินจึงช่วยลด อาการภูมิแพ้หอบหืด เนื่องจากช่วยปกป้อง mast cell มิให้ถูกโจมตี เมื่อไม่ถูกรบกวนก็ไม่หลั่ง histamine มากทำให้ไม่เกิดอาการภูมิแพ้ ดังนั้น OPC จึงดีกว่ากินยาแก้แพ้ (Antihistamine) เพราะไม่ง่วง ไม่เกิดซึมเศร้า หรือนมโตในผู้ชาย อันเป็นผลข้างเคียงของ Antihistamine

5.ป้องกันสมองเสื่อม

สามารถผ่านแนวกั้นสมองได้ จึงป้องกันสมองจากการทำลายของอนุมูลอิสระ

6.ป้องกันการเสื่อมของดวงตา

ชะลอภาวะการเกิดต้อกระจก ช่วยให้สายตาปรับการมองเห็นในที่มืดได้ดี

7.ป้องกันมะเร็ง

ป้องกันมิให้อนุมูลอิสระไปทำความเสียหายต่อ DNA ของเซลล์ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นเซลล์มะเร็ง

8.ป้องกันริ้วรอย

ฝ้า กระ ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะมาทำลายคอลลาเจน และอิลาสตินในผิวหนัง อันเป็นสาเหตุทำให้ผิวเสื่อมสภาพ เกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ยังปกป้องผิวจากรังสี UV ทำให้ฝ้าและกระ จางลง

9.คงความยืดหยุ่นของเซลล์ผิว

ช่วยลดเลือนริ้วรอย เพื่อผิวเรียบเนียน แลดูอ่อนกว่าวัย เนื่องจาก OPC มีคุณสมบัติยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจนใต้ผิว ได้แก่ เอนไซม์คอลลาจิเนส (Colleganase) จึงทำให้หลอดเลือดฝอยแข็งแรง สามารถนำสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ผิวได้ดี ผิวจึงดูสดใส มีน้ำมีนวลา

10.วิตามินซี

ทำงานร่วมกันกับวิตามินซี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย biosis red grape seed และทำให้คอลลาเจนทั่วร่างกายแข็งแรงขึ้น และยังช่วยป้องกันการสูญเสียวิตามินซีและอี

การกินองุ่นทั้งเมล็ดช่วยชะลอความแก่ แต่คนส่วนใหญ่จะคายเมล็ดองุ่นทิ้ง ใครที่อยากเป็นหนุ่มเป็นสาวสองพันปี เรามีวิธีการชะลอความชราด้วยการกินผลไม้ที่หาง่าย ๆ เช่น องุ่น และต้องเคี้ยวเมล็ดองุ่นด้วย เพราะในเมล็ดองุ่นมีสาร “โอพีซี” (oligomeric proanthocyanidin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า และสูงกว่าวิตามินอีถึง 50 เท่า ความจริงเมล็ดองุ่นจะมีนำมันที่กินได้ และเชื่อว่าน้ำมันนี้ช่วยให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อการจับตัวของก่อนเลือดประโยชน์ขององุ่นโดยเฉพาะองุ่นแดงหรือ องุ่นม่วง ส่วนใหญ่เกิดจากสีที่มีมากที่ผิวและเมล็ดขององุ่น ซึ่งมีปริมาณมากกว่าในเนื้อองุ่นประมาณ 100 เท่า สารแอนโธไซยานิน เป็นสารกลุ่มโพลิฟินอลมีมากในองุ่นแดง หรือม่วง ส่วนสาร แคทิชิน มีมากในองุ่นเขียว ปริมาณสารโพลิฟินที่มีอยู่ที่ผิวขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง นอกจากนี้องุ่นยังอุดมไปด้วย กรดเอลลาจิก ซึ่งเป็นสาร ฟลาโวนอยด์ ที่มีพลังในการต่อสู้กับมะเร็ง องุ่นและน้ำองุ่นมีบทบาทต่อระบบหัวใจแตกต่างกัน รงควัตถุในองุ่น แดง ม่วงและดำ จะช่วยป้องกันระบบหัวใจโดยกลไกลหลายอย่าง รวมทั้งการป้องกันมีให้เลือดจับกันเป็นก้อน ยับยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของ แอล ดีแอล คอเลสเตอรอล ลดระดับโฮโมซิสเตอีน และคุณสมบัติการต้านการเกิดหลอดเลือดแข็ง องุ่นกระตุ้นการสร้างไนตริกออกไซด์ในเยื่อบุชั่นใน ซึ้งเหนี่ยวนำทำให้เกิดการคลายตัวของผนังหลอดเลือดและทำให้ความดันโลหิตลดลง และรายงานศึกษาเกี่ยวกับน้ำองุ่นพบว่า สามารถลดแอล ดี แอลคอเลสเตอรอล และลดระดับตัวชีวัดการอักเสบในพลาสม่า biosis red grape seed.